บทกวีแห่งความผันแปร

posted on 23 Jan 2008 10:38 by bannpeeploy in buddhism

 เชิญชมภาพดอกกระบองเพชรสายพันธุ์ต่างๆ ประกอบบทกวีแห่งความผันแปรนะคะ 

 

  สวัสดีค่ะมิตรรักแฟนบล็อกบ้านพี่พลอย  วันนี้พลอยจ๋ารีบเอา "บทกวีประกอบดนตรีไทย" (มากระชากสติกลับคืนจาก "โหมดบ้ากาม ต่อมเลือดกำเดาพุ่งออกหมดจมูก สืบเนื่องมาจากชม คลิปโฆษณา KCT สัญญาว่าถ้าคลิ๊กชมครั้งต่อไปจะกำหนด หล่อหนอ.. หล่อหนอ.. ประกอบการพิจารณาสังขารของพระเอกไปด้วยค่ะ กิกิ) นอกเรื่องซะยาว มาต่อๆค่ะ ..ก็เป็นผลงานการประพันธ์ของท่านจันทร์และคุณหมอวิสุทธิ์มาลงให้เพื่อนๆ รับชมรับฟังกันต่อเป็นบทที่ 2  ต่อจากบทผีเสื้อและดอกไม้ ที่ได้นำเสนอไปแล้วในตอนแรกนั้นน่ะคะ  โดยให้ชื่อบทกวีชุดนี้ว่า "ความผันแปร" ค่ะ ดนตรีประกอบคราวนี้เศร้าซะหน่อยนะค่ะ เนื่องจากดนตรีประกอบก็โศก เนื้อของบทกวีเองก็ออกแนวให้ปลงกับความไม่มั่นคงของโลก พลอยจ๋าเลยอยากจะนำเสนอภาพประกอบที่แหวกโทนครึ้มๆ หม่นๆ นี้ออกไปซักเล็กน้อยน่ะคะ  เลยไปค้นภาพเก่าของปีที่แล้วมาประกอบเรื่องให้ทุกคนได้ชมกัน

เป็นภาพถ่ายดอกของต้นกระบองเพชรฝีมือพลอยจ๋า  โดยมีมากมายหลากหลายสายพันธุ์  ในสถานนุบาลเพาะพันธุ์พืชทะเลทราย ชื่อ The Nehru Botanical Garden ที่เมือง Gangtok; The capital city of Sikkim kra   ซึ่งพลอยจ๋าและเดอะแก็งค์แอบหนีไปเที่ยวกันมาเมื่อเดือนมิถุนา ปีที่แล้วอ่ะคะ ( 2007) เนื่องจากเจ้าของบล็อกชอบการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจดังนั้นภาพประกอบเอนทรี่ต่างๆ ของบล็อกบ้านพี่พลอยนี้หากจะออกแนววาไรตี้ไปบ้างซะเล็กน้อย อย่าโกรธกันนะค่ะ กิกิ คิดซะว่าให้อภัยคนน่ารักและเจตนาดีคนนี้เถิด เพี้ยง..อ้วกแตกกันระนาว กิกิ (รับไม่ได้ตรงหน้าตาดีนี้แหละ กิกิ) เชิญชมกันได้ตามอัธยาศัยนะค่ะ  ขอให้มีความสุข ได้รับกำลังใจดีๆ จากบทกวีและภาพถ่ายจากบ้านน้อยหลังนี้นะค่ะ  ธรรมรักษา..สวัสดีค่ะ

 

 

.........

พบบุญมากาไก่กลายเป็หงส์

พอบุญลงหงส์เป็นกาน่าฉงน

พอบุญสูงหมูหมากลายเป็นคน

พออัปจนคนเป็นหมาน่าอัศจรรย์

คือคำกลอนคนเก่าสอนเราไว้

อย่าปล่อยใขพ่ายแพ้ความแปรผัน

โลกมีขึ้นมีลงไม่คงกระพัน

เป็นกฎเกณฑ์สามัญเสมอมา

........

อย่าหลงเหลิงบุญยันดาลขนานใหญ่

แม้กาไก่กลายเป็นหงส์สูงส่งค่า

บุญบันดาลแห่งชีวิตอนิจจา

แม้หมูหมากลายเป็นคนไม่ทนทาน

เมื่อยังมีอำนาจไม่ขาดมิตร

คนใกล้ชิดสอพอพะนอหวาน

เมื่ออำนาจดับดิ้นลงดินดาน

มีแต่หมาเฝ้าบ้านอยู่ทานทน

........

มีอำนาจอย่ามีไว้ใช้อำนาจ

มีเชิงฉลาดอย่ามีไว้ใช้ฉอฉล

มีทรัพย์สินอย่ามีไว้ใช้เปรอปน

มีตัวตนอย่ามีไว้ใช้อัตตา

มีอำนาจไม่อิ่มหน่ำในอำนาจ

จะพาพลาดผิดหวังระวังหนา

ขึ้นหลังเสือเพลิดเพลินเกินเวลา

ไม่นานช้าก็เป็นเหยื่อให้เสือกิน ..

........

 

 

......

ฝนพร่ำฉ่ำพื้นสะอื้นโศก

ชะโลมโลกนองหล้าน้ำตาไหล

ฟ้าเอยเจ้าผิดหวังหรืออย่างไร

จึงร้องไห้หลั่งน้ำตาเมื่อราตรี

คงไร้ดาวไร้เดือนเป็นเพื่อนคิด

จึงมืดมิดมัวหมองไม่ผ่องศรี

รออรุณเบิกกล้าไม่ช้านี้

ก็จะมีแสงทองส่องอำไพ

.......

ฟ้าเอ่ยเจ้ามีอะไรที่ไหนเล่า

ช่วยให้เจ้าสบสุขทุกสมัย

ที่ให้พึ่งหนึ่งนั้นท่านผู้ใด

จะมีใครไหนเล่าก็เจ้าเอง

ปลงใจเถอะฟ้าอย่าร้องไห้

อย่ารอใครชื่นชมหรือข่มเหง

วิสัยโลกโศกสะอื้นและครื้นเครง

เป็นบทเพลงธรรมดานะฟ้าเอย ..

.......

 

  

....... 

บนเส้นทางแยบยลของคนกล้า

ต้องฟันฟ่าความลำบากและขวากหนาม

เพื่อมุ่งสู่อนาคตอันงดงาม

ต้องยืนหยัดพยายามในปัจจุบัน

ในบางคราวก้าวพลาดมีบาดแผล

อย่ายอมแพ้บนหนทางที่สร้างสรร

ใครเล่าอยู่ยืนยงคงกระพัน

จงเท่าทันทุกข์ทนในหนทาง

......

ซึ่งแน่นอนในระหว่างเส้นทางสู้

ความทุกข์ยากย่อมมีอยู่ทุกเยื้องย่าง

เพียรระวังเวียนวกตกหลุมพราง

เดินไปอย่างแยบยลทั้งต้นปลาย

ถ้าไม่ก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ

เพราะกลัวการล้มคว่ำคะม่ำหงาย

ก็เอาเถิดหยุดยอพอสบาย

แล้วก็ตายเปล่าปี้หนึ่งชีวิต

.......

เมื่อมุ่งหน้ากล้าก้าวอย่างห้าวหาญ

ให้ทนทานทุกท้าทายทั้งกายจิต

แม้เพื่อนร่วมแรงใจคนใกล้ชิด

จะถอยทัพกลับทิศก็ช่างเทอญ

ฉันยอมรับว่าบาดเจ็บหนาวเหน็บเนื้อ

แต่เพียงเพื่อโลกสุขพร้อมฉันยอมเสมอ

ฉันยอมรับว่าหงอยเหงาเศร้าละเมอ

แต่เพื่อโลกล้ำเลิศเลอฉันยินดี..

......

 

ด้วยรัก/จากใจ..พลอยจ๋า